4 หนัง LGBT สุดฟิน!เพราะความรักนั้น…ไม่มีขอบเขต

วันนี้จะพามาแนะนำ ดูหนังออนไลน์ แนว LGBT บอกเลยว่าสนุกมากๆ หลายคนอาจจะงงอยู่ใช่ไหมคะ คำว่า LGBT คืออะไร? ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ เป็นความรักที่ไม่จำกัดขอบเขตว่าต้องเป็นเพศไหน ในคำย่อ LGBT นั้นเป็นการนำเอาตัวย่อของ 4 คำมาไว้ด้วยกัน
– L มาจาก Lesbian /ผู้หญิงที่ชื่นชอบผู้หญิงด้วยกัน
– J มาจาก Gay /ผู้ชายที่ชื่นชอบผู้ชาย
– B มาจาก bisexual /คนที่มีความชื่นชอบได้ทั้งสองเพศ
– T มาจาก Transgender /กลุ่มคนรักข้ามเพศ
วันนี้จึงอยากจะมาแนะนำหนังแนว LGBT ที่ดีมาก แล้วจะรู้เลยว่าความรักนั้นมีหลายรูปแบบ จะมีเรื่องไหนบ้างตามมาดูกันเลยค่ะ
1. Happy Together (1997)
เป็นภาพยนตร์ที่การันตีคุณภาพด้วยรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในปี 1997 เรื่องนั้นได้ตีแผ่ชีวิตคู่ของคนสีม่วงที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันเจ็บปวด มีความรัก ความเจ็บปวด ความเหงา ความอ้างว้าง และโดดเดี่ยวอยู่ในเรื่องนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้เกือบทั้งหมดจากถูกถ่ายทำที่ประเทศอาร์เจนตินา เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะพลาดไม่ว่าจะยังไงก็ตาม
2. Call me by your name (2017)
จากนิยายสู่ภาพยนตร์ที่ได้กระแสตอบรับที่ดีมากๆ ก่อนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ถึง 4 สาขาด้วยกัน เนื้อเรื่องได้นำเสนอรูปแบบความรักที่ยังเน้นความสวยงามของโลเคชั่น แฟชั่น เครื่องแต่งกาย และศิลปะที่สวยงาม เลยกลายเป็นหนังรักที่ภาพสวยอีกเรื่อง ที่ก่อให้เกิดกระแสตามรอยภาพยนตร์จากแฟนๆทั่วโลกอีกด้วย
ในเรื่องราวนั้นจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนของประเทศอิตาลี มีนักศึกษาชาวอเมริกันวัย 24 ได้เดินทางมายังอิตาลีเพื่อศึกษาดูงานให้กับพ่อ ได้เจอกับเด็กหนุ่มอายุ 17 ปีและก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่กลายเป็นรักครั้งแรกไม่สมหวัง ความรักของพวกเขานั้นจะเป็นยังไงจะต้องไปดู
3. มะลิลา / The Farewell Flowers (2017)
ภาพยนตร์ไทยแนวโรแมนติกดราม่าที่ได้รับรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซานที่ประเทศเกาหลีใต้ เนื้อเรื่องนั้นได้บอกถึงความอาลัยแก่คนรักที่จากไป น้อยเจ้าของสวนมะลิที่มีอดีตแสนเจ็บปวด เป็นการนำคนสองคนที่เป็นบุรุษมาเจอกัน หนังสอนให้รู้จักคำว่าปลงปล่อยวาง โดยใช้บายศรีเป็นการบอกเล่าเนื้อเรื่องอีกด้วย
4. Love Simon (2018)
เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มม.ปลายวัย 17 ปีที่เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ภายนอกก็ดูเป็นเด็กที่มีชีวิตที่ Project คนหนึ่ง แต่ความเป็นจริงแล้วเขาก็รู้ว่าตัวเองนั้นเป็นเกย์และกำลังประสบปัญหาในเรื่องของการเปิดเผยตัวเอง เขาก็เลยได้สร้างอีเมล์เพื่อจะใช้เป็นนามแฝงและประกาศตัวเองในนั้นว่าเป็นเกย์ เพื่อที่จะได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวของตัวเอง หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักสุดสำเร็จที่มีความพิเศษอยู่ที่การเล่าเรื่อง และบริบทของสังคมครอบครัวและการยอมรับตัวเองและผู้อื่น

6 อันดับหนังที่ทำรายได้สูงสุด!! 2020

หลายคนน่าจะรู้อยู่แล้วว่าการทำลายสถิติ ดูหนังออนไลน์ ซุปเปอร์ฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่จากค่าย Marvel Studio กับผลงามอย่างเรื่อง Avengers End Game กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในโลกตอนนี้ แต่บางคนอาจยังไม่ทราบว่ายังมีภาพยนตร์อีกหลายเรื่องที่อาจจะเคยเห็นผ่านตามาบ้างแล้วหรือเคยดูมาก่อน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำรายได้ไปเท่าไหร่…วันนี้จึงอยากจะพาทุกคนไปดูว่าหนังที่ทำรายได้ตลอดกาลนั้นมีเรื่องไหนบ้าง
1) Avengers : End Game
ทำรายได้ไป : $2,795.9 ล้านเหรียญฯ
เป็นหนังภาคจบของอเวนเจอร์ เป็นการรวมเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่มาไว้มากที่สุด ซึ่งจะต้องมาต่อสู้กับตัวร้ายที่จะมาทำลายโลก แล้วด้วยเนื้อเรื่องที่ดีจึงกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดนั่นเอง
2) Avatar
ทำรายได้ไป : $2,789.7 ล้านเหรียญฯ
หนังไซไฟสุดแปลกพิสดารเหนือจินตนาการของผู้กำกับอย่าง James Cameron เคยสร้างภาพยนตร์สุดคลาสสิคและเป็นตำนานอย่าง ไททานิค ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของแฟนๆมาแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ได้เข้าฉายเมื่อช่วงเดือนธันวาคมในปี 2009 ด้วยทุนสร้างอยู่ที่ 237 ล้านเหรียญฯ
3) Titanic
ทำรายได้ไป : $2,187.5 ล้านเหรียญฯ
เรือสำราญยักษ์ล่มที่ฆ่าชีวิตไปนับไม่ถ้วน ที่ได้ถูกมาทำเป็นภาพยนตร์โดยผู้กำกับตำนานอย่าง James Cameron แล้วถือว่าเรื่องนี้เป็นหนังแจ้งเกิดให้กับพระเอกอย่าง ลีโอนาโด อีกด้วย ตัวหนังนั้นได้เข้าฉายเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 1997 ในทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญฯ
4) Star Wars : The Force Awakens
ทำรายได้ไป : $2,068.2 ล้านเหรียญฯ
เป็นหนังที่สร้างมาแล้วไม่รู้กี่ภาคต่อกี่ภาคและยังเป็นเรื่องที่ทำเงินดีได้ตลอดกาล เพราะด้วยฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ได้เข้าฉายเมื่อช่วงเดือนธันวาคมปี 2015 ด้วยต้นทุนสร้างเพียง 306 ล้านเหรียญฯ
5) Avengers : Infinity War
ทำรายได้ไป : $2,048.4 ล้านเหรียญฯ
เป็นภาค 3 ของหนังรวมซุปเปอร์ฮีโร่ของค่าย Marvel ครั้งนี้ที่เราตัวละครจะมีเพิ่มมากขึ้นเป็นหนังที่ใช้ระยะเวลาปูทางมายาวนานถึง 10 ปี และก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง หนังเข้าฉายเมื่อช่วงเดือนเมษายนในปี 2018 ซึ่งครบรอบ 10 ปีพอดีตั้งแต่ไอรอนแมน ภาคแรกกับทุนสร้างแค่ 400 ล้านเหรียญฯ
6) Jurassic World
ทำรายได้ไป : $ 1,671.7 ล้านเหรียญฯ
เป็นเรื่องตำนานสวนสนุกไดโนเสาร์ที่เปิดขึ้นมาอีกครั้ง ในตอนที่ยังมีซากที่หลงเหลืออยู่จากภาคเก่า ภาคนี้พระเอกที่กำลังฮอตจากหนังแก๊งผู้พิทักษ์จักรวาลสุดป่วน Chris Pratt มารับบทนำ ตั๋วเข้าหนังฉายเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2015 ด้วยต้นทุนสร้างเพียงแค่ 150 เหรียญฯ

ทำไมคนนิยมการดู “หนังออนไลน์” มากขึ้น?

การ หนังออนไลน์ เป็นความบันเทิงอีกรูปแบบหนึ่งที่สมัยนี้นิยมกันมากขึ้น เพราะการดูหนังในรูปแบบออนไลน์นี้เป็นการสร้างความสนุกสนานให้กับตัวผู้ชม อีกทั้งยังสร้างความสะดวกสบายทุกคนอีกด้วย ต้องบอกเลยว่าเพียงแค่มีมือถือหรือมีแค่เครือข่ายอินเตอร์เน็ตก็สามารถที่จะดูหนังได้แล้ว ในยุคนี้ต้องบอกว่าการดูหนังนั้นพัฒนาไปไกลมากสามารถดูได้ทุกที่ไม่ต้องไปซื้อแผ่นไม่ต้องไปโหลดหนังเถื่อนเหมือนแต่ก่อน เพียงแค่กดหาหนังที่อยากจะดูก็สามารถดูได้แบบไม่ง้อลงน่ะไม่ง้ออะไรเลย
แต่ถึงการดูหนังในสมัยนี้ง่ายขึ้นทำให้คนไปดูในโรงน้อยลงนั้น จริงๆแล้วอรรถรสในการรับชมดูที่บ้านกับดูในโรงภาพยนตร์นั้นมันต่างกันอย่างมาก ข้อดีในการดูหนังในรูปแบบออนไลน์นั่นก็คือสามารถดูได้ฟรี ไม่ต้องออกเดินทางไปไกล อยู่ที่บ้านหรืออยู่ที่ไหนก็สามารถดูได้ทันที บอกว่าความรู้สึกในการดูนั้นมันจะไม่เท่ากับในโรงแน่นอนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเสียงภาพ หรือไม่ว่าจะเป็นหนังในละครโทรทัศน์คนก็ดูน้อยลงเพราะอาจจะมาจากการที่ไม่มีเวลาดู จึงทำให้ไปดูย้อนหลังในรูปแบบออนไลน์เอา
คนสมัยนี้นิยมดูหนังในรูปแบบออนไลน์เอาจึงทำให้เกิด App หรือ web ต่างๆ ที่เกี่ยวกับหนังซีรี่ย์ภาพยนตร์ต่างๆ หนังในเว็บนั้นส่วนมากจะมีการอัพเดทอยู่ตลอดเวลารูปแบบการรับชมก็จะเป็นแบบ HD ซึ่งคนจะนิยมมาดูกันเป็นจำนวนมาก แต่ว่าไม่ว่าแบบไหนก็มีรสชาติอรรถรสที่แตกต่างกันแล้วมีความสนุกเหมือนกัน
แนะนำ : การดูหนังให้สนุกมากยิ่งขึ้น
– ดูคนเดียวน่าจะสนุกกว่าแต่ถ้าดูหลายคนก็จะมีอารมณ์ร่วมกันมากขึ้น แต่ถ้าหากต้องการเรื่องที่ต้องมีสมาธิแนะนำให้ดูคนเดียวแต่ถ้าเน้นอาหารก็ดูหลายๆคนจะดีกว่า
– เปิดเสียงให้ดังกระหึ่ม เพื่อความบันเทิงที่จะได้สนุกมากขึ้น แต่แนะนำว่าอย่าดังมากนะเพราะเพื่อนข้างบ้านจะด่าเอา
– อยากดูหนังซูมเพราะมันเป็นอะไรที่แย่ทั้งคุณภาพภาพและเสียง แถมยังทำลายวงจรการผลิตภาพยนตร์ทางตรงอีกด้วย แบบนี้มันเป็นอะไรที่ไม่ดีเอาซะเลย
– หาขนมอร่อยๆมากินกัน แน่นอนว่าเมื่อมีอะไรดูก็ต้องมีอะไรถึงปากตกถึงท้องเหมือนกัน เพื่อที่จะได้สนุกมากขึ้นและปากก็จะได้ไม่เหงาอีกด้วย
– ถ้าดูหลายๆคนแนะนำว่าให้หาคนนึงที่มีรสนิยมในการดูภาพยนตร์ดีๆสักเรื่องนึง รับรองว่าจะได้ดูหนังแบบสนุก
ถึงแม้ว่าหนังในรูปแบบออนไลน์จะมีคนนิยมกันมากขึ้น แต่นั่นก็พอด้วยการที่เวลาในการไปดูภาพยนตร์ในโรงนั้นมีน้อย อีกทั้งการดูในรูปแบบออนไลน์มันสะดวกสบายมากกว่า แต่ก็ใช่ว่าคนจะไม่หันไปดูในโรงภาพยนตร์เลย เพราะในรูปแบบที่ดูในบ้านกับโรงภาพยนตร์นั้นมันมีบรรยากาศที่แตกต่างกันซึ่งดีทั้ง 2 แบบ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าในตอนนั้นใครอยากจะไปดูแบบไหนมากกว่าต่างหาก

ดูหนังออนไลน์ภาษาอังกฤษ เพื่อฝึกภาษากันเถอะ!

เวลาไปดู หนังออนไลน์ หรือหนังในโรงแบบไม่มี subtitle คงจะรู้สึกว่าฟังไม่รู้เรื่องหรือดูไม่เข้าใจว่าต้องการสื่ออะไรเลย หรือแม้กระทั่งการฟังเพลงแบบไม่มีคำแปลก็ไม่เข้าใจว่าเนื้อเพลงนั้นมีความหมายยังไง วันนี้เราอยากจะให้คุณทำความเข้าใจกับการดูแบบไม่มี subtitle กันมากขึ้น เพื่อที่จะได้เข้าใจภาษามากขึ้นและเป็นการฝึกฝนภาษาอังกฤษมากขึ้นนั่นเอง
ประโยชน์ของการดูหนังแบบไร้คำแปล
การดูหนังหรือฟังเพลงเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งรูปแบบภาษาอังกฤษที่ใช้กันในหนังนั้นเป็นสำเนียงและภาษาแบบดั้งเดิมของเขา การดูหนังแบบไร้คำแปลก็เป็นการฝึกสำเนียงภาษาอังกฤษ ฝึกการออกเสียงว่าเขาออกเสียงเป็นยังไงในความหมายนี้ เพราะบางทีการฝึกคุยกับคนไทยก็ไม่ได้สำเนียงแบบภาษาอังกฤษแท้ๆ ทำให้เวลาไปคุยกับชาวต่างชาติจึงทำให้คุยไม่รู้เรื่องเพราะออกสำเนียงผิดนั่นเอง แล้วถ้าหากดูหนังที่เป็นสำเนียงภาษาอังกฤษบ่อยๆแล้วเริ่มเข้าใจแล้ว ก็จะสามารถทำให้คุณสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษได้ในโอกาสต่างๆได้ดีมากขึ้นนั่นเอง
การฝึกภาษาแบบไม่มีคำแปลในหนังภาษาอังกฤษนั้น ถ้าคนที่คิดอยากจะฝึกแล้วเราก็แนะนำว่าให้เริ่มจากการดูหรือฟังเพลงที่สนใจก่อน การที่เราทำในสิ่งที่ชอบก็มักจะทำให้มีความสุขในการฝึกภาษาไปในตัวด้วย แนะนำว่าให้เริ่มดูหนังที่ใช้ภาษาง่ายๆไปก่อนเพื่อที่จะได้มีกำลังใจในการฝึก จากนั้นก็เริ่มดูหนังที่มีการใช้สำนวนยากขึ้นไปอีก แล้วเมื่อมีผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดมากขึ้นคุณก็จะเริ่มมีกำลังใจในการฝึกและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
“ ทำยังไงให้เข้าใจในบทสนทนาภาษาอังกฤษในหนังมากขึ้น ”
– ให้เริ่มฟังแบบไม่มี subtitle
– เมื่อดูจบแล้วไปรอบนึงก็ลองถามตัวเองว่าเข้าใจในสิ่งที่หนังได้พูดไหม
– ถ้าหากไม่เข้าใจก็ลองเดาบริบทการกระทำว่าเขาน่าจะพูดหรือสื่อถึงอะไรอยู่
– จากนั้นก็ทำการเปิดเพื่อดูและฟังอีกรอบพร้อมกับมี subtitle
– แล้วก็ดูว่าคำแปลกับสิ่งที่คุณได้ดูไปก่อนหน้านั้นมันตรงกันหรือเปล่า
– ก็ฝึกแบบนี้ไปเรื่อยๆก็จะชำนาญและเข้าใจได้เอง
หวังว่าในบทความนี้จะทำให้ทุกคนดูหนังภาษาอังกฤษได้มีความสุขมากขึ้น และเป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่ไม่ยากจนเกินไป เชื่อเถอะว่าถ้าหากได้ทำตามขั้นตอนที่เราได้บอกคุณไปแล้วก็จะสามารถดูหรือฟังภาษาอังกฤษได้ง่ายมากขึ้น วิธีนี้เหมาะกับคนที่ชอบดูหนังพร้อมกับอยากฝึกภาษาอังกฤษพร้อมกันไปด้วย เป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่สนุกและได้ความรู้ไปในตัว

6 หนังดีที่ต้องบอกต่อ ที่คุณห้ามพลาด!! ในปี 2020

ใครเป็นคนที่ชื่นชอบการดู หนังออนไลน์ 2020 บ้าง แน่นอนว่าคนที่ชอบดูหนังมากๆนั้นก็มักจะดูมาเกือบทุกเรื่องแล้ว เอ๊ะ!หรือว่ายังไม่ได้ดูทุกเรื่องนะ… จริงๆเราเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ดูหนังดีๆหลายเรื่อง ก็แหม…หนังมันเยอะซะขนาดนั้นจะไปดูครบทุกเรื่องได้ยังไงล่ะ วันนี้ในตรงนี้จึงอยากจะมาแนะนำหนังดีที่ต้องมาบอกต่อให้เพื่อนๆรู้ บอกหน่อยว่าเป็นหนังที่ห้ามพลาดเด็ดขาด ต้องดูให้ได้เลยนะ!
หนังดีที่ต้องบอกต่อ!
1. Raw (2017)
เป็นหนังที่จะออกจะแหวกแนวไปซะหน่อย แต่รับรองว่าสนุกเลยต้องติดใจอย่างแน่นอน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เป็นคนกินมังสวิรัติมาตลอด แต่จู่ๆเธอก็หันมาติดใจและหลงใหลในรสชาติของเนื้อมนุษย์ แนะนำว่ามีเรื่องนี้อาจจะอึดผะอมถึงขั้นอ้วกเลยก็ว่าได้ จึงอยากบอกเพื่อนๆว่าเมื่อดูเรื่องนี้ก็ไม่ควรจะกินอาหารไปด้วยดูไปด้วย เพราะหนังเรื่องนี้มันเป็นอะไรที่พะอืดพะอมไปทั้งเรื่องเลยละคะ ต้องบอกว่าแนวนี้ไม่ใช่แนวเลือดสาดนะคะอย่าเข้าใจผิด
2. Jojo Rabbit (2019)
ถึงแม้ว่าจะดูจบไปแล้วแต่ก็เป็นหนังที่ทำให้คนดูยังรู้สึกวนอยู่ในหนัง ตั้งแต่ชิ้นแรกยันจบเรื่องหนังทำออกมาได้ดีมากๆเลย การเล่าเรื่อง…ก็เล่ามาได้อย่างละเอียดอ่อนโดยการนำสงครามนาซีมาเล่าผ่านให้มันดูตลก แต่ก็ยังทนความเศร้าความเหงาเอาไว้ในเวลาเดียวกัน เป็นหนังที่ทำให้รู้สึกว่าดูแล้วหัวใจจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่กลับถูกปลอบเอาไว้ด้วยความอบอุ่นใจ
3. Secret Zoo (2020)
เป็นเรื่องที่ตลกมากๆขำจนปวดท้องเลยทีเดียว ด้วยความยาวของหนังที่เกือบ 2 ชั่วโมงแต่กลับรู้สึกว่าไม่น่าเบื่อหรือมันยาวจนเกินไป เป็นภาพยนตร์คอมเมดี้ที่เบาสมองแต่ก็ยังสอดแทรกสาระในรูปแบบง่ายๆที่สามารถจิกประเด็นสังคมรอบตัวหลายอย่าง สะท้อนคุณค่าชีวิตคนชีวิตสัตว์ เนื้อเรื่องนั้นมีการทำอย่างละนิดละหน่อยแล้วจับมาขมวดปมไว้ด้วยกันแบบลงตัว ในเนื้อเรื่องก็จะเป็นประมาณว่าเมื่อสวนสัตว์กำลังจะเจ๊ง พวกเขาเหล่านั้นก็จะต้องทำให้สวนสัตว์อยู่รอดให้ได้ภายในเวลา 3 เดือน ซึ่งจะทำได้หรือไม่นั้นก็คงต้องไปติดตามดู
4. The Florida Project (2017)
ในการเลือกใช้โทนสีของหนังนั้นเป็นอะไรที่ตรงข้ามกับเนื้อหา ภาพสวยมากโทนสีต่างๆก็สดใส…ดูๆแล้วก็เหมือนจะเป็นหนังที่จะต้องอบอุ่นหัวใจหรือสนุกอย่างแน่นอน แต่กลับไม่ใช่อย่างนั้นเพราะตัวหนังสะท้อนให้เห็นปัญหาของสังคมที่ไม่ได้อยู่ไกลจากตัวเรา ซึ่งครอบครัวเป็นสถาบันแรกที่จะแต่งแต้มสีสันให้กับเด็กที่เป็นผ้าขาวเหล่านั้น
5. Truth or Dare (2018)
เป็นหนังที่มีความพีคในพีคอีกที หนังเรื่องนี้ให้ความรู้สึกถึงมิตรภาพที่แท้จริงแต่ว่าต้องอยู่บนเงื่อนไขของเกม แล้วการเล่นเกมกันในระหว่างเพื่อนจึงจะทำให้เห็นเนื้อแท้ของแต่ละคนผ่านคำถามทั้งหลายและบทลงโทษ เป็นหนังสยองขวัญระทึกเรื่องหนึ่งที่ทำได้ออกมาดีมากๆ อีกทั้งยังมีเรื่องที่น่าสนใจ แต่ละฉากนั้นบอกเลยว่าทำออกมาได้เสียวสันหลังถึงแม้ว่าไม่ได้เลือดสาดอะไรมากมาย

หนังออนไลน์ 5 เรื่อง…ที่จะเปลี่ยนความคิดของคุณ!

มี หนังออนไลน์ มากมายทั้ง สนุก เศร้า และมีอารมณ์ต่างๆที่แฝงไว้ในหนัง ถึงแม้จะมีอย่างมากมายขนาดไหน แต่หนังดีๆสักเรื่องหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนชีวิตคุณได้มันก็มีไม่มากนัก เพราะมันจะให้แรงบันดาลใจให้ข้อคิดกับคุณ จนบางครั้งจนบางทีมันอาจจะเปลี่ยนชีวิตคุณไปเลยก็ได้ วันนี้เราจะพามาให้คุณได้รู้จักกับภาพยนตร์ที่ให้แรงบันดาลใจ มีเรื่องอะไรบ้างมาดูกัน
1. Yes Man
เนื้อเรื่องได้เล่าถึงชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตน่าเบื่อ เช้าไปทำงานเลิกกลับมานอน ใครชวนออกไปไหนก็ไม่ไปเพราะกลัวการเริ่มต้นและการเจอสถานที่แปลกๆ แต่อยู่วันหนึ่งชีวิตเขาก็เปลี่ยนไปไม่ได้เจอกับลัทธิ “Yes” ที่สอนให้เขาตอบตกลงทุกข้อที่มีคนชวนหรือได้เสนอมา แล้วเขาก็ค้นพบว่าชีวิตของเขาไม่ได้น่าเบื่ออีกแล้ว แต่ทุกอย่างที่เขาตอบตกลงมักจะมีเรื่องราวสุดอัศจรรย์ให้เขาได้พบเจอ
2. The Secret Life of Walter Mitty
เมื่อนิตยสารมีเรื่องจำเป็นที่จะต้องหยุดตีพิมพ์ในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ และย้ายไปเป็นนิตยสารรูปแบบออนไลน์แทน ต้นเหตุของเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะทางนิตยสารนั้นต้องการภาพๆหนึ่งจากช่างภาพชื่อดัง เพื่อมาทำเป็นปกให้กับนิตยสารฉบับสุดท้าย แต่ปรากฏว่าภาพนั้นได้หายไป จึงกลายเป็นหน้าที่ของตัวเองที่จะต้องออกตามหา แล้วเป็นการออกตามหาตัวเองอีกด้วย
“ สุดท้ายแล้วเขาก็ได้ค้นพบความหมายบางอย่างในการใช้ชีวิต ที่คุณอาจจะได้ค้นพบว่าแท้จริงแล้วคุณต้องการอะไร ”
3. Forrest Gump
หนังได้เล่าเรื่องถึงชายที่เกิดมาพร้อมกับความบกพร่องทางสมอง เขาแบบนั้นจึงทำให้เขามีไอคิวที่ต่ำกว่าคนทั่วไป แต่ชีวิตของเขานั้นมีเรื่องราวต่างๆมากมายไม่ว่าการไปเป็นทหารรบในเวียดนาม การแข่งขันปิงปองระดับโลก การออกเรือทำฟาร์มกุ้ง การวิ่งมาราธอนไปทั่วประเทศ และที่สำคัญเขาก็ตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวตั้งแต่เด็กจนโต ที่เข้ามาอาจจะดูจืดชืดแต่บอกเลยว่าไปดูจริงๆนั้นหนังสนุกมากๆ คุณลองไปดูสิคะแล้วจะรู้ว่าชีวิตนั้นคืออะไร
4. The Perks of Being a Wallflower
เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ไม่ประสีประสากับการมีความสัมพันธ์กับคนอื่น แล้ววันหนึ่งเขาก็ได้รู้จักกับ Sam และ Patrick พวกเขาเหล่านั้นได้ดึงตัวเขาเองออกมาจากความเหงาและเปล่าเปลี่ยว เป็นหนังที่สอนให้รู้จักการมีสัมพันธ์เพื่อนและความรัก เป็นความสัมพันธ์สภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก มันซับซ้อนและวุ่นวายในความสัมพันธ์ของวัยรุ่นนั่นเอง
5. Toy Story
ถึงแม้จะเป็นหนังอนิเมชั่นที่เป็นเรื่องราวการผจญภัยของเหล่าของเล่น ในเนื้อเรื่องนั้นบ่งบอกถึงมิตรภาพของคนและตุ๊กตาที่เป็นเพื่อนกัน ในเรื่องนี้เป็นการทำภาพกราฟิกที่สวยและละเอียดมาก บวกกับเนื้อเรื่องที่สนุกจึงทำให้มีความลงตัวและสนุกมากยิ่งขึ้น ในหนังเรื่องนี้จะมีอยู่ 4 ภาค (แล้วเหมือนกำลังจะมีภาค 5 ด้วย) ที่เธอหากดูแล้วเนื้อเรื่องทั้งหมดมันจะบ่งบอกถึงเด็กคนหนึ่งที่พยายามจะก้าวผ่านวัยเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่ และเป็นการส่งต่อของเล่นให้กับเด็กคนอื่นต่อไป

5 หนังสยอง…ชวนขนลุก! คนรักหนังสยองขวัญ ห้ามพลาด!!

ใครเป็นคอ ดูหนังออนไลน์ สยองขวัญ…ยกมือขึ้นหน่อยเร็ว! ใครที่เข้ามาอ่านบทความนี้แน่นอนว่าต้องเป็นแฟนคลับคนรักหนังออนไลน์สยองขวัญอย่างแน่นอน วันนี้จะมาแนะนำหนังสยองขวัญสุดโหดจะทำให้เพื่อนๆและขวัญสั่นประสาทเลยทีเดียว บอกเลยว่าไม่ว่าจะดูกี่ครั้งกี่หนก็จะรู้สึกขนหัวลุกทุกครั้งที่ดู มาดูกันเลยว่ามีหนังเรื่องอะไรบ้าง ตามมา..Go Go!!
1. The Eye
เป็นภาพยนตร์ที่รีเมคจากหนังสยองขวัญของเอเชีย กว่ารายได้ในสหรัฐอเมริกามากกว่า 900 ล้านบาท ซึ่งได้ดาราสาวมากความสามารถอย่าง “เจสสิก้า อัลบา” มารับบทเป็นนักไวโอลินสาวที่มองเห็นสิ่งแปลกประหลาด จนทำให้เนื้อเรื่องนั้นเข้าสู่ความสยองขวัญที่คาดไม่ถึง
สาเหตุที่ทำให้มองเห็นสิ่งแปลกประหลาดนั้น…ก็เพราะว่าเธอได้รับการผ่าตัดกระจกตา ซึ่งมีโอกาสให้เธอมองเห็นได้อีกครั้ง แต่เมื่อเธอผ่าตัดตาเสร็จลืมตาขึ้นมาจะมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น บอกเลยว่าดวงตาคู่ใหม่ของเธอนั้นทำให้เธอก้าวสู่โลกที่แปลกประหลาดจนน่าขนลุกเลยทีเดียว
2. No One Lives
ในเรื่องนี้ได้ “ลุค อีแวนส์” มารับบทเป็นฆาตกรโรคจิตที่หน้าตาดีและมาพร้อมกับความโหดเหี้ยมอำมหิตเกินมนุษย์! เรื่องนี้ได้เป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเพราะมีการหักมุมได้สะใจจนติดอันดับ เนื้อเรื่องคร่าวๆนั้นก็คือ….มีกลุ่มอันธพาลกำลังมองหาเหยื่อรายใหม่ ก็คือคู่รักที่นั่งทานอาหารกันอยู่ในมุมมืดของบาร์ โดยที่กลุ่มนี้ยังไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนั้นเป็นฆาตกรโรคจิต งานนี้จากมองเขาเป็นเหยื่อกลับกลายเป็นเหยื่อซะเอง!
3. The Haunting In Connecticut
ภาพยนตร์ที่น่าขนหัวลุกเพราะได้สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นของครอบครัวไวริค เป็นเรื่องราวของสามีภรรยาจะได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่ในจอร์เจีย แต่แล้วสิ่งผิดปกติก็เริ่มเกิดขึ้นเมื่อเอมี่ลูกสาวคนเดียวของเขาได้เริ่มเห็นสิ่งที่อธิบายไม่ได้ และความกลัวนั้นก็มากขึ้นทุกวันเมื่อทั้งคู่ก็ได้พบประสบการณ์สุดสยองขวัญด้วยตัวเอง บอกเลยว่าบ้านนี้มีความรักที่เกิดขึ้นมาหลายชั่วอายุคน!!
4. Texas Chainsaw Massacre
ภาพยนตร์สุดโหดที่ได้แรงบันดาลใจจากฆาตกรต่อเนื่องตัวจริง “เอ็ด กีน” ได้นำมาสร้างเป็นเรื่องราวสุดระทึกขวัญเกี่ยวกับการเอาตัวรอด จากฆาตกรที่โหดชอบทรมานเหยื่อด้วยเลื่อยไฟฟ้า และยังชอบถลกหนังเหยื่อออกมาสวมปิดบังใบหน้าของตัวเอง เนื้อเรื่องนั้นจะเป็นเกี่ยวกับกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังวางแผนเดินทางไปชมคอนเสิร์ต แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตร!!เมื่อต้องมาลงเอยด้วยความสยอง…
5. The Last Exorcism
เป็นหนังผีสุดคลาสสิคที่เต็มไปด้วยฉากหลอนๆขนหัวลุกมากมาย และยังสร้างมาจากเรื่องจริงของพิธีขับไล่ปีศาจของเด็กชายอายุ 13 ปีในเมือง เมืองเมาท์ เรเนียร์ รัฐแมรี่แลนด์ เมื่อปี 1949 หลังจากที่เธอให้กำเนิดทารกในคราบของซาตาน เธอก็ได้มีโอกาสเข้าทำงานในโรงแรมแห่งหนึ่งในเมือง แต่เมื่อปีศาจตนเดิมได้หวนกลับมาตามหลอกหลอนเธออีกครั้งความโหดและขนหัวลุกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว สุดท้ายนี้เพื่อเธอจะรอดหรือเธอจะหนีปีศาจได้อย่างไรต้องไปดู

6 หนังดีแห่งยุค 90! ดูกี่ครั้งก็ยังประทับใจ

ความอมตะของ หนังออนไลน์ 2020 ดีๆนี้เลยก็ คือ ความประทับใจ สนุก ที่ไม่ว่าจะหยิบมาดูกี่ครั้ง..หรือผ่านไปกี่ปียังดีเหมือนเดิม! นี่ละคะคือความอมตะของหนังดี วันนี้เลยอยากจะพาทุกคนมาย้อนรอยหนังออนไลน์หนังยุค 90 ว่ามีเรื่องไหนบ้างที่น่าประทับใจและน่าหยิบมาดูเสมอ…
(1) Forrest Gump (1994)
เป็นภาพยนตร์ที่ดีเยี่ยมเรื่องนี้มักจะถูกหยิบมาพูดถึงอยู่บ่อยๆไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน เป็นอีกเรื่องนึงที่เป็นตำนานภาพยนตร์ทรงคุณค่าของโลก หนังนั้นเป็นแนวสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนดูที่มีแง่มุมให้คิดหลากหลายด้านในการใช้ชีวิต ตัวหนังนั้นได้ 13 รางวัลออสการ์ และกวาดรายได้ถล่มทลายถึง 677.9 ล้านเหรียญอีกด้วย บอกเลยว่าเป็นอีกเรื่องนึงที่คุณไม่ควรจะพลาด
(2) Philadelphia (1992)
เป็นภาพยนตร์สุดดราม่าที่เข้มข้นโดยผู้กำกับโจนาธาน เด็มมี่ เป็นหนังที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของเจฟฟรีย์ โบเวอรส์ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับทนายที่ถูกไล่ออกเพราะติดเชื้อ hiv จนมีคดีฟ้องร้องอันโด่งดังและฉาวตามมา นอกจากเนื้อเรื่องจะดีแล้วนักแสดงอย่างทอม แฮงค์ ในบทเกย์เป็นก็แสดงที่น่าทึ่งมากเลยทีเดียว
(3) Father of the Bride (1991)
เป็นภาพยนตร์เบาสมองที่รีเมคมาจากภาพยนตร์สุดคลาสสิคของผู้กำกับ วินเซนต์ มิเนลลี่ ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้นักวิจารณ์ต่างยกให้เป็นหนังที่ฟิวกู๊ด ที่ได้สร้างทั้งรอยยิ้มและน้ำตาได้อย่างลงตัวและอบอุ่นหัวใจ ประเด็นของเรื่องนี้จะเกี่ยวกับมุมมองความเป็นพ่อและแม่ที่มีต่อลูก เป็นหนังที่สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัย…เป็นหนังครอบครัวอีกเรื่องหนึ่งที่น่าดู
(4) Cape Fear (1991)
เป็นหนังที่ได้ดัดแปลงจากนิยายของ จอห์น ดี. แม็คโดนัลด์ และหนังคลาสสิคปี 1962 เรื่องได้พูดถึงปัญหาครอบครัวที่ใกล้จะล่มเต็มที มีความร้ายกาจเจ้าเล่ห์เพทุบายที่อยู่ในจิตสำนึกของมนุษย์ทุกคน เป็นภาพยนตร์ที่คมคายและจิกกัดได้เจ็บแสบมากๆ แต่ก็ยังสามารถให้แนวคิดและกระตุ้นจิตสำนึกให้คนดูได้เป็นอย่างดี
(5) Postcards from the Edge (1990)
นี่คือภาพยนตร์ตลกร้ายสุดคลาสสิก ที่ดัดแปลงจากนิยายของฟิชเชอร์ เป็นการหยิบช่วงหนึ่งของชีวิตเธอขึ้นมาเขียน ซึ่งหนังก็ได้เสียงตอบรับที่ดีจากนักวิจารณ์และผู้ชมในยุคนั้น บรรยากาศของหนังจะทำให้รู้สึก เศร้า ซึ้ง ตลก แสบ เป็นเรื่องที่ครบรสเป็นอย่างมาก สามารถดูได้เพลินๆ
(6) Clueless (1995)
เป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Emma หลังจากออกฉายก็ทำเงินไปได้ทั้งหมด 56.6 ล้านเหรียญจากการสร้างแค่ 12 ล้านเหรียญเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ด้วยเสียงตอบรับที่ดีนักวิจารณ์ได้บอกว่าเป็นเรื่องที่สดใหม่ไม่เหมือนใคร หนังเรื่องนี้ได้กลายเป็นกระแสอยู่พักนึงเพราะเรื่องแฟชั่นและสไตล์การแต่งตัวของนางเอก ที่สร้างอิทธิพลต่อคนดูเป็นอย่างมากในยุคนั้น

ข้อคิดจากหนังดัง แรงบรรดาลใจ เพื่อให้ชีวิตที่ดีขึ้น

มี หนังออนไลน์ 2020 หลายๆเรื่องที่มักจะให้ข้อคิดดีๆกับคนดูเสมอ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์หรือละครในสมัยนี้ก็มักจะมีคำคนดีๆหรือข้อคิดดีๆ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคนให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ให้หันมามองตัวเองว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่? หนังที่เป็นแรงบันดาลใจส่วนมากนอกจากจะสนุกแล้วก็ยังสอดแทรกสาระต่างๆ ผู้กำกับนั้นมักจะแฝงบทเรียนชีวิตเอาไว้ไม่ใช่แค่คำคมลอยๆเท่านั้น เพราะหนังบางเรื่องช่วยปลุกบางอย่างในตัวคุณ หรือผลักดันบางสิ่งที่คุณไม่เคยทำมาก่อน…
ข้อคิดดีๆจากหนังดัง…ที่ช่วยเป็นแรงผลักดันให้กับคุณ
1. Forrest Gump
“Life was like a box of chocolates. You never know what you’re gonna get.”
(คำแปล)
“ชีวิตก็เหมือนกล่องช็อกโกแลตหลากรส คุณไม่มีทางรู้เลยว่าคุณจะหยิบเจอรสอะไร”
เป็นข้อคิดที่พยายามจะใช้คำว่าช็อกโกแลตให้สื่อถึงอนาคต เพราะสุดท้ายแล้วเราไม่รู้ว่าในอนาคตของเรานั้นจะเป็นยังไง เพราะฉะนั้นการทำวันนี้ให้ดีที่สุดจึงเป็นเรื่องที่ควรทำ เขาไม่ว่าอนาคตจะดีหรือร้ายก็จะต้องตั้งรับกับมันให้ได้
2. Mean Girls
“Calling somebody else fat won’t make you any skinnier. Calling someone stupid doesn’t make you any smarter. And ruining Regina George’s life definitely didn’t make me any happier. All you can do in life is try to solve the problem in front of you.”
(คำแปล)
“เรียกคนอื่นว่า อ้วน ไม่ได้ทำให้คุณผอมลง การเรียกคนอื่นว่า โง่ ก็ไม่ได้ทำให้คุณฉลาดขึ้นเช่นกัน แล้วการทำลายชีวิตเรจิน่า จอร์จ ก็ไม่ได้ทำให้คุณมีความสุขมากขึ้น แต่ที่ควรทำ คือ จัดการปัญหาที่อยู่ตรงหน้าคุณต่างหาก”
เป็นข้อคิดที่สามารถใช้ได้กับทุกคนเพราะการให้เกียรติกับผู้อื่น มันก็เหมือนเป็นการให้เกียรติกับตัวเองอีกด้วย ได้ข้อคิดนี้ยังบอกอีกว่าอย่าหนีปัญหา ควรจัดการปัญหาหันหน้าสู้เข้าหามันเพื่อที่ปัญหาเหล่านั้นจะได้ไม่ลุกลามไปเป็นอย่างอื่น
3. Bourne Ultimatum
“Hope for the best but plan for the worst.”
(คำแปล)
“เมื่อทำงานก็ทำให้ดีที่สุด แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด”
เมื่อเราได้ทำงานแล้วแน่นอนว่าเราก็ต้องคาดหวังและทำออกมาให้ดีที่สุด แต่ก็อย่าลืมวางแผนสำรองไว้เสมอ เพราะในชีวิตนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้…
4. Tangled
“Venture outside your comfort zone. The rewards are worth it.”
(คำแปล)
“ลองก้าวออกมาจากโซนปลอดภัยสิ รางวัลมันคุ้มค่าแน่นอน”
ลองก้าวออกมาจากจุดที่ตัวเองคิดว่าปลอดภัย ลองไปทำอะไรใหม่ๆบ้างเพื่อที่จะได้เจอคำตอบบางอย่างที่กำลังตามหา แค่กล้าที่จะก้าวไปทำอะไรให้กับตัวเองหรือเรื่องดีๆ ผลลัพธ์ที่ได้เชื่อถือว่ามันจะคุ้มค่าอย่างแน่นอน
5. Shrek
“After a while, you learn to ignore the names people call you and just trust who you are.”
(คำแปล)
“สักพักหนึ่งล่ะ คุณจะเรียนรู้ที่จะมองข้ามสิ่งที่คนอื่นเรียกคุณ แล้วจะหันมาเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนเองเป็นแทน”
ให้มีความมั่นใจและเชื่อมั่นในตัวเองไม่ว่าใครจะพูดแบบไหน เพราะสิ่งเหล่านี้จะพาคุณไปสู่ความสุขและประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

ทำไมฉันถึงได้ชอบดู “หนังออนไลน์สยองขวัญ”!!

คนที่ชอบดู หนังออนไลน์ 2020 สยองขวัญ คุณรู้ไหมคะว่าทำไมคุณถึงชอบที่จะดูถึงแม้ว่าจะกลัวก็ตาม? หนังสยองขวัญนั้นยิ่งในสมัยนี้การทำเอฟเฟคก็ยิ่งน่ากลัวขึ้น มีความสมจริงขึ้นมากบางครั้งก็เล่นเอาตกอกตกใจเป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ แต่มีคนได้กล่าวไว้ว่าการดูหนังสยองขวัญนั้นจะสามารถให้รับมือกับสถานการณ์ในชีวิตได้ดีกว่าคนที่ไม่ดู และจะจัดการกับความวิตกกังวลของตัวเองได้ดีมากขึ้นเลยค่ะ
“ คุณรู้ไหมคะว่าความกลัวนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เราอยู่รอด แล้วความกลัวจะไม่เกิดขึ้นถ้าเราไม่ได้รับรู้ว่าสิ่งนั้นน่ากลัวอีกทั้งความกลัวยังเป็นตัวที่กระตุ้นให้เราอยู่รอดอีกด้วย มันเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งที่ได้รับการถ่ายทอดกันต่อมา ”
แปลกใจกันบ้างหรือเปล่า ว่าทำไมหรือมีอะไรที่ทำให้เรากลัวในเรื่องของผีหรือชื่นชอบในเรื่องของผี ภาพยนตร์แนวสยองขวัญสั่นประสาทมักจะชอบทำสิ่งต่างๆให้คนกลัวและประหลาดใจอยู่เสมอ ยิ่งแนวสั่นประสาทจะทำให้ขนหัวลุกได้ตลอดเวลา ยิ่งน่ากลัวก็ยิ่งกระตุ้นให้คนอยากไปดูอยากรู้ว่ามันน่ากลัวขนาดไหน บางคนก็ชอบที่จะดูดูแล้วดูอีกขนาดน่ากลัวและสยดสยองขนาดไหน แต่บางคนก็ขอโบกมืออยู่ห่างๆจะดีกว่าแล้วก็ไม่อยากจะเข้าไปดู
ทำไมฉันถึงได้ชอบดูหนังสยองขวัญกันนะ?
ในเรื่องนี้มันมีเหตุผลรองรับอยู่ เวลาที่ได้ดูหนังสยองขวัญก็จะเพลิดเพลินไปกับมันเพราะอารมณ์ที่เรียกว่า กลัว มันจะเกิดขึ้นในระหว่างที่ดูจึงทำให้ร่างกายนั้นหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา แต่เมื่อเกิดความเครียดขึ้นมาก็จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความตื่นเต้นออกมาด้วย เพราะแบบนี้จึงทำให้คนที่ดูนั้นมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังที่ดูอยู่นั่นเอง
พูดง่ายๆเลย คือ อารมณ์เป็นสิ่งที่ได้ถูกปรุงขึ้นมาจากในสมอง เมื่ออารมณ์กลัวจะถูกดึงขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ตามที่สมองได้รับข้อมูลไม่ว่าจะเป็นภาพหรือเสียง ที่ส่งมาจากอวัยวะสัมผัสอย่าง หู ตา จมูก และสมอง ก็จะไปกระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในร่างกายส่วนอื่นๆอีกที ความเปลี่ยนแปลงของระดับสารและฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นมันมีความสำคัญนะคะ เพราะสมองของคนที่กำลังกลัวมันจะเตรียมตัวที่จะสู้หรือไม่ก็หนี ซึ่งเป็นสัญญาณการอยู่รอดและเอาตัวรอดอีกอย่างหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงของระบบร่างกายในสภาวะนี้ เกิดขึ้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้อวัยวะทั้งหมดที่ทำงานร่วมกันสามัคคี เพื่อให้สู้หรือหนีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเองค่ะ
เราสามารถกลัวได้โดยไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นจริงและไม่เคยสัมผัสกับมันจริงๆ ซึ่งการกลัวแบบนั้นจะเกิดขึ้นจากการฟังหรืออ่านมาไม่ว่าจะเป็นดูโทรทัศน์หรือดูหนังภาพยนตร์สยองขวัญ เลิกกันกลัวเหล่านี้ก็เป็นคนไกลการช่วยชีวิตแต่ความกลัวบางอย่างก็ดูเหมือนว่าจะเป็นอุปสรรคของชีวิตด้วย แล้วที่ชอบดูหนังสยองขวัญกันนั้นก็เพราะว่าสามารถจัดการกับความกลัวได้แล้วนั่นเอง อีกทั้งมันยังตื่นเต้นสนุกแล้วก็กระตุ้นร่างกายให้เกิดการตอบสนองว่าจะสู้หรือหนี แล้วต้องบอกว่าเป็นการฝึกสัญชาตญาณอีกอย่างหนึ่งด้วย เอาแบบนี้เลยค่ะคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงได้ชอบดูหนังสยองขวัญกันมากเราถึงตัวผู้เขียนเองด้วย